ข้อกำหนดในการให้บริการ
ข้อกำหนดฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป ฉบับภาษาเกาหลีเป็นฉบับหลักที่ถูกต้อง ส่วนฉบับภาษาอื่นเป็นคำแปลเพื่อการอ้างอิงในการทำความเข้าใจเท่านั้น
วันที่มีผลบังคับใช้: 7 กรกฎาคม 2026
ข้อกำหนดในการให้บริการฉบับนี้กำหนดเงื่อนไขและขั้นตอนในการใช้บริการ mediport (mediportkorea.com) ที่ดำเนินการโดยบริษัท พอร์ตโซน จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริษัท") ตลอดจนสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบริษัทและผู้ใช้ mediport เป็นบริการคอนเซียร์จการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ ซึ่งไม่ได้ดำเนินการกระทำทางการแพทย์ เช่น การวินิจฉัยและการรักษาด้วยตนเอง โดยให้บริการล่ามแปลภาษา การประสานงานนัดหมายกับสถานพยาบาลพันธมิตร และการสนับสนุนการเดินทางร่วม การรักษาดำเนินการโดยสถานพยาบาลพันธมิตรที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายแห่งสาธารณรัฐเกาหลี กรุณาอ่านข้อกำหนดฉบับนี้อย่างละเอียดก่อนใช้บริการ
ข้อ 1 (วัตถุประสงค์)
① ข้อกำหนดฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดเรื่องพื้นฐาน เช่น สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างบริษัทและผู้ใช้ ตลอดจนเงื่อนไขและขั้นตอนการใช้บริการ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการคอนเซียร์จการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์สำหรับชาวต่างชาติ ที่บริษัท พอร์ตโซน จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริษัท") ให้บริการผ่าน mediport (mediportkorea.com ต่อไปนี้เรียกว่า "บริการ")
ข้อ 2 (คำนิยาม)
① "บริษัท" หมายถึง บริษัท พอร์ตโซน จำกัด ผู้ดำเนินการบริการ
② "บริการ" หมายถึง บริการคอนเซียร์จการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ทั้งปวงที่บริษัทให้บริการ เช่น การล่ามที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ การประสานงานนัดหมายกับสถานพยาบาลพันธมิตร และการสนับสนุนการเดินทางร่วม
③ "ผู้ใช้" หมายถึง ผู้ที่ใช้บริการที่บริษัทให้บริการตามข้อกำหนดฉบับนี้
④ "สถานพยาบาลพันธมิตร" หมายถึง สถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาล สถานพยาบาลเวชกรรม และคลินิก ที่มีความสัมพันธ์เชิงความร่วมมือกับบริษัท และได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายแห่งสาธารณรัฐเกาหลี
⑤ "การให้คำปรึกษา" หมายถึง กระบวนการชุดหนึ่งที่ผู้ใช้สอบถามบริษัทผ่านแบบฟอร์มขอรับคำปรึกษาภายในบริการหรือแมสเซนเจอร์เป็นต้น และบริษัทให้คำแนะนำเรื่องการตรวจสอบแผนกการรักษาที่สนใจ การจับคู่สถานพยาบาลพันธมิตร การเชื่อมโยงการนัดหมาย การล่าม และการประสานงานการเดินทางร่วม เป็นต้น
⑥ คำนิยามของคำที่ใช้ในข้อกำหนดฉบับนี้ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป
ข้อ 3 (ผลบังคับและการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด)
① ข้อกำหนดฉบับนี้มีผลบังคับใช้โดยการเผยแพร่บนหน้าจอบริการหรือแจ้งให้ผู้ใช้ทราบด้วยวิธีอื่น
② บริษัทสามารถแก้ไขข้อกำหนดฉบับนี้ได้ภายในขอบเขตที่ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการกำกับข้อกำหนดมาตรฐาน และพระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น
③ ในกรณีที่บริษัทแก้ไขข้อกำหนด บริษัทจะระบุวันที่มีผลบังคับใช้และเหตุผลในการแก้ไข และประกาศบนหน้าจอบริการตั้งแต่ 7 วันก่อนวันที่มีผลบังคับใช้จนถึงวันก่อนวันที่มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ในกรณีที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ผู้ใช้ บริษัทจะประกาศตั้งแต่ 30 วันก่อนวันที่มีผลบังคับใช้
④ ในกรณีที่ผู้ใช้ไม่ยินยอมกับข้อกำหนดที่แก้ไข ผู้ใช้สามารถหยุดใช้บริการได้ และในกรณีที่ยังคงใช้บริการต่อไปแม้หลังวันที่ข้อกำหนดที่แก้ไขมีผลบังคับใช้ ให้ถือว่าผู้ใช้ยินยอมกับข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว
⑤ ข้อกำหนดฉบับนี้ให้ถือฉบับภาษาเกาหลีเป็นฉบับหลักที่ถูกต้อง ส่วนฉบับแปลที่จัดให้ในภาษาอื่นมีไว้เพื่อการอ้างอิงในการทำความเข้าใจของผู้ใช้เท่านั้น ในกรณีที่เนื้อหาของฉบับแปลขัดแย้งกับฉบับภาษาเกาหลี ให้ใช้ฉบับภาษาเกาหลีบังคับเป็นสำคัญ
ข้อ 4 (เนื้อหาของบริการ)
① บริษัทให้บริการคอนเซียร์จที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ดังต่อไปนี้แก่ผู้ใช้
1. การให้คำปรึกษาฟรีเพื่อตรวจสอบแผนกการรักษา/หัตถการที่สนใจและข้อความคำขอของผู้ใช้
2. การแนะนำและจับคู่สถานพยาบาลพันธมิตรที่สอดคล้องกับคำขอของผู้ใช้
3. การเชื่อมโยงและประสานงานการนัดหมายเข้ารับการรักษากับสถานพยาบาลพันธมิตร
4. การสนับสนุนการล่ามแปลภาษาในกระบวนการให้คำปรึกษาและการรักษา
5. การอำนวยความสะดวกเสริม เช่น การสนับสนุนการเดินทางร่วมในการเข้าเยี่ยมเมื่อจำเป็น
6. บริการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับข้อต่างๆ ข้างต้น
② บริการที่บริษัทให้มีเนื้อหาเป็นการสนับสนุนการสื่อสารและการดำเนินขั้นตอนระหว่างผู้ใช้และสถานพยาบาลพันธมิตรให้ราบรื่น ส่วนการรักษานั้นดำเนินการโดยสถานพยาบาลพันธมิตร
③ บริษัทสามารถเปลี่ยนแปลงบริการที่ให้ทั้งหมดหรือบางส่วนตามความจำเป็นด้านเนื้อหาบริการ ด้านการดำเนินงาน หรือด้านเทคนิค ในกรณีนี้ บริษัทจะประกาศเนื้อหาการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า
ข้อ 5 (การแจ้งว่าเป็นบริการที่ไม่ใช่ทางการแพทย์)
① บริษัทไม่ใช่สถานพยาบาลตามพระราชบัญญัติการแพทย์ และไม่ดำเนินการกระทำทางการแพทย์ใดๆ ทั้งสิ้น เช่น การวินิจฉัย การตรวจ การบำบัดรักษา การผ่าตัด และการสั่งจ่ายยา
② เนื่องจากบริษัทและพนักงานของบริษัทไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ข้อมูลที่ให้ในกระบวนการให้คำปรึกษาจึงจำกัดอยู่เพียงการให้คำแนะนำทั่วไปและการล่ามเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ เช่น การวินิจฉัยทางการแพทย์ ความเห็น หรือคำแนะนำในการรักษา
③ การกระทำทางการแพทย์ทั้งปวง เช่น การวินิจฉัย การตัดสินใจเลือกวิธีการรักษา และการดำเนินหัตถการ/การผ่าตัด กระทำภายใต้ดุลพินิจและความรับผิดชอบของสถานพยาบาลพันธมิตรที่ได้รับใบอนุญาตและบุคลากรทางการแพทย์ในสังกัด
④ ผู้ใช้ต้องปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการตัดสินใจทางการแพทย์ขั้นสุดท้ายในเรื่องสภาวะสุขภาพและการรักษาของตนเสมอ และต้องไม่ใช้คำแนะนำของบริษัทเป็นเหตุผลในการตัดสินใจทางการแพทย์
ข้อ 6 (ความสัมพันธ์กับสถานพยาบาลพันธมิตรและขอบเขตความรับผิด)
① บริษัทมีสถานะเป็นเพียงผู้เชื่อมโยงและประสานงานการสื่อสาร การนัดหมาย และการล่ามระหว่างผู้ใช้และสถานพยาบาลพันธมิตรเท่านั้น และไม่ใช่คู่สัญญาของสัญญาการรักษาที่ทำขึ้นระหว่างผู้ใช้และสถานพยาบาลพันธมิตร
② เรื่องทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา วิธีการ ผลของการรักษา และการกระทำทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นในกระบวนการดังกล่าว อยู่ภายใต้บังคับของสัญญาการรักษาระหว่างผู้ใช้และสถานพยาบาลพันธมิตร และความรับผิดที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการกระทำทางการแพทย์ เช่น ผลการรักษาหรืออุบัติเหตุทางการแพทย์ ตกเป็นของสถานพยาบาลพันธมิตรนั้น
③ บริษัทไม่รับประกันการกระทำทางการแพทย์ ผลการรักษา ผลของหัตถการ หรือผลข้างเคียงของสถานพยาบาลพันธมิตร และไม่รับผิดในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ใช้บังคับกับความเสียหายในงานเชื่อมโยงและประสานงานอันเกิดจากเจตนาหรือความประมาทเลินเล่อของบริษัท
④ บริษัทไม่บังคับให้ใช้สถานพยาบาลพันธมิตรรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ และการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการเลือกสถานพยาบาลพันธมิตรและการเข้ารับการรักษาหรือไม่ เป็นของตัวผู้ใช้เอง
ข้อ 7 (การเกิดขึ้นของสัญญาการใช้บริการ)
① สัญญาการใช้บริการเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้ยินยอมกับเนื้อหาของข้อกำหนดฉบับนี้และยื่นขอรับคำปรึกษา และบริษัทรับเรื่องดังกล่าว
② เมื่อยื่นขอรับคำปรึกษา ผู้ใช้ต้องให้ความยินยอมแยกต่างหากในแต่ละเรื่องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อการให้บริการ การประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การให้แก่บุคคลภายนอกซึ่งเป็นสถานพยาบาลพันธมิตร และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ เป็นต้น และบริษัทจะแจ้งสิทธิในการปฏิเสธและความเสียประโยชน์เมื่อปฏิเสธในแต่ละรายการความยินยอมล่วงหน้า
③ ในกรณีที่ผู้ใช้ไม่ยินยอมในรายการความยินยอมภาคบังคับ การยื่นขอรับคำปรึกษาอาจถูกจำกัดเนื่องด้วยลักษณะของบริการ
④ เรื่องที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กำหนดใน 'นโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล' แยกต่างหาก
ข้อ 8 (การให้คำปรึกษาฟรีและค่าบริการ)
① บริการให้คำปรึกษาแบบคอนเซียร์จที่บริษัทให้จัดให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
② ในกรณีที่ผู้ใช้เข้ารับการรักษาหรือหัตถการเป็นต้นที่สถานพยาบาลพันธมิตร ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่ารักษาและค่าหัตถการ ผู้ใช้จะต้องชำระให้แก่สถานพยาบาลพันธมิตรนั้นโดยตรง
③ ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการที่ผู้ใช้ใช้เป็นการส่วนตัว เช่น การเดินทางและที่พัก ผู้ใช้เป็นผู้รับผิดชอบเอง บริษัทเพียงให้คำแนะนำเกี่ยวกับที่พักและกำหนดการเท่านั้น และไม่ได้ให้บริการธุรกิจนำเที่ยวหรือบริการตัวแทนจองที่พัก
④ ในกรณีที่มีการนำบริการแบบมีค่าใช้จ่ายมาใช้ในอนาคต บริษัทจะแจ้งค่าบริการและเงื่อนไขการชำระเงินอย่างชัดเจนล่วงหน้าและให้บริการหลังจากได้รับความยินยอมจากผู้ใช้แล้ว
ข้อ 9 (หน้าที่ของผู้ใช้)
① ผู้ใช้ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันเมื่อยื่นขอรับคำปรึกษาและใช้บริการ และต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสภาวะสุขภาพของตนตามความเป็นจริง
② ผู้ใช้ต้องให้ข้อมูลของตนเอง และต้องไม่แอบอ้างใช้ข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ
③ ความรับผิดต่อความเสียประโยชน์ที่เกิดจากการที่ผู้ใช้ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรืออันเป็นเท็จ เป็นของผู้ใช้
④ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อกำหนดในข้อกำหนดฉบับนี้ และเรื่องที่บริษัทแจ้ง ในเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้บริการ และต้องไม่กระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิของบริษัทและบุคคลภายนอก
ข้อ 10 (หน้าที่ของบริษัท)
① บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดฉบับนี้ และพยายามให้บริการอย่างต่อเนื่องและมั่นคง
② บริษัทคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและ 'นโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล'
③ ในกรณีที่ความเห็นหรือข้อร้องเรียนที่ผู้ใช้ยื่นได้รับการยอมรับว่าชอบด้วยเหตุผล บริษัทจะดำเนินการโดยเร็ว และในกรณีที่ยากจะดำเนินการได้ในทันที บริษัทจะแจ้งเหตุผลและกำหนดการดำเนินการแก่ผู้ใช้
④ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการชักชวนผู้ป่วยชาวต่างชาติ บริษัทจะปฏิบัติตามหน้าที่ที่พึงปฏิบัติในฐานะผู้ประกอบธุรกิจชักชวนผู้ป่วยชาวต่างชาติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการสนับสนุนการขยายธุรกิจการแพทย์สู่ต่างประเทศและการชักชวนผู้ป่วยชาวต่างชาติ และพระราชบัญญัติการแพทย์ อย่างสุจริต และจะไม่ทำโฆษณาชักชวนที่เป็นเท็จหรือเกินจริง
ข้อ 11 (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
① บริษัทเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ภายในขอบเขตขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการให้บริการ และจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างปลอดภัยตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด
② เรื่องที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รายการที่เก็บรวบรวม วัตถุประสงค์ในการใช้ ระยะเวลาการเก็บรักษาและใช้ การให้แก่บุคคลภายนอก การมอบหมายการประมวลผล การโอนไปต่างประเทศ การประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว สิทธิของผู้ใช้ และวิธีการใช้สิทธิ ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน 'นโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล' แยกต่างหาก
③ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ตลอดเวลาผ่าน 'นโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล' ที่เผยแพร่ไว้ที่ส่วนล่างของบริการ
ข้อ 12 (การกระทำต้องห้ามและการจำกัดการใช้บริการ)
① ผู้ใช้ต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้
1. การลงทะเบียนเนื้อหาอันเป็นเท็จหรือการแอบอ้างใช้ข้อมูลของผู้อื่นเมื่อยื่นขอรับคำปรึกษาหรือใช้บริการ
2. การกระทำอันเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือละเมิดสิทธิของบริษัท สถานพยาบาลพันธมิตร หรือบุคคลภายนอก
3. การกระทำอันเป็นการขัดขวางการดำเนินงานบริการของบริษัทโดยเจตนา
4. การใช้บริการเพื่อกระทำการอันขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
5. การกระทำอื่นที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
② ในกรณีที่ผู้ใช้กระทำการต้องห้ามตามข้อนี้หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้ บริษัทสามารถจำกัดการใช้บริการหรือปฏิเสธ/ระงับการยื่นขอรับคำปรึกษาได้หลังจากแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุเร่งด่วนหรือจำเป็นโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ บริษัทสามารถแจ้งเหตุผลดังกล่าวแก่ผู้ใช้ภายหลังจากดำเนินมาตรการ เช่น การจำกัดการใช้บริการแล้ว
ข้อ 13 (ข้อยกเว้นความรับผิดและการจำกัดความรับผิด)
① บริษัทไม่รับประกันผลการรักษา ผลของหัตถการ และความพึงพอใจระหว่างผู้ใช้และสถานพยาบาลพันธมิตร และไม่รับผิดในเรื่องดังกล่าว
② ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ สงคราม การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไฟฟ้าดับ และความขัดข้องของอุปกรณ์สารสนเทศและการสื่อสาร บริษัทได้รับการยกเว้นความรับผิดในเรื่องดังกล่าว
③ บริษัทไม่รับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ผู้ใช้ใช้แพลตฟอร์มแมสเซนเจอร์ภายนอกที่ผู้ใช้เลือก เช่น LINE, WhatsApp, WeChat, KakaoTalk หรือแพลตฟอร์มบุคคลภายนอกอื่น การใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายและข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์ม
④ บริษัทไม่รับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากอุปสรรคในการใช้บริการอันเนื่องมาจากความผิดของผู้ใช้ หรือความไม่ถูกต้องของข้อมูลที่ผู้ใช้ให้
⑤ ไม่มีข้อกำหนดใดในข้อกำหนดฉบับนี้ที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดต่อความเสียหายอันเกิดจากเจตนาหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัทโดยมิชอบ และไม่จำกัดสิทธิของผู้ใช้ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 14 (ทรัพย์สินทางปัญญา)
① ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาอื่นในบริการและเนื้อหาที่รวมอยู่ในบริการ (ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า โลโก้ และงานเรียบเรียง เป็นต้น) ตกเป็นของบริษัทหรือผู้ทรงสิทธิโดยชอบธรรม
② ผู้ใช้ต้องไม่นำข้อมูลและเนื้อหาที่ได้รับผ่านบริการไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าด้วยวิธีการทำซ้ำ ส่งต่อ จัดพิมพ์ เผยแพร่ ออกอากาศ หรือวิธีอื่น หรือให้บุคคลภายนอกนำไปใช้ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัท
③ บริษัทสามารถใช้ความเห็นที่ผู้ใช้ยื่นเพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงและประชาสัมพันธ์บริการเป็นต้น ในกรณีนี้ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวผู้ใช้ได้จะถูกประมวลผลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและ 'นโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล'
ข้อ 15 (การชดใช้ค่าเสียหาย)
① ในกรณีที่บริษัทหรือผู้ใช้ฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้และก่อให้เกิดความเสียหายแก่อีกฝ่าย คู่กรณีผู้ฝ่าฝืนมีหน้าที่ต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่อีกฝ่าย
② ในกรณีที่ผู้ใช้ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือข้อกำหนดฉบับนี้ในการใช้บริการ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือบุคคลภายนอก ผู้ใช้ต้องชดใช้ความเสียหายนั้น
③ ความรับผิดในการชดใช้ค่าเสียหายของคู่กรณีแต่ละฝ่ายจำกัดอยู่เพียงความเสียหายตามปกติภายในขอบเขตที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาต ส่วนความเสียหายอันเกิดจากพฤติการณ์พิเศษ มีความรับผิดในการชดใช้เฉพาะกรณีที่อีกฝ่ายได้ทราบหรือควรจะทราบถึงพฤติการณ์นั้นเท่านั้น
ข้อ 16 (กฎหมายที่ใช้บังคับและศาลที่มีเขตอำนาจ)
① เรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดฉบับนี้และการใช้บริการ ให้ใช้กฎหมายแห่งสาธารณรัฐเกาหลีบังคับ
② ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทและผู้ใช้เกี่ยวกับการใช้บริการ บริษัทและผู้ใช้จะพยายามแก้ไขให้เป็นที่ตกลงกันด้วยดีตามหลักสุจริต
③ การฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ไม่สามารถแก้ไขให้เป็นที่ตกลงกันด้วยดีได้ ให้ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ข้อ 17 (ภาษา)
① ข้อกำหนดฉบับนี้ให้ถือฉบับภาษาเกาหลีเป็นฉบับหลักที่ถูกต้อง
② แม้ในกรณีที่บริษัทแปลข้อกำหนดฉบับนี้เป็นภาษาอื่นเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ ฉบับแปลมีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และในกรณีที่มีความแตกต่างในการตีความระหว่างฉบับภาษาเกาหลีและฉบับแปล ให้ใช้ฉบับภาษาเกาหลีบังคับเป็นสำคัญ
บทเฉพาะกาล
① ข้อกำหนดฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
② ช่องทางติดต่อสอบถามเกี่ยวกับบริการและข้อกำหนดมีดังต่อไปนี้
· ชื่อกิจการ: บริษัท พอร์ตโซน จำกัด
· กรรมการผู้จัดการ: 송준
· เลขทะเบียนผู้ประกอบการ: 579-86-02828
· เลขทะเบียนธุรกิจชักชวนผู้ป่วยชาวต่างชาติ: A-2026-01-01-07030 (มีผลถึง 22 มิถุนายน 2029)
· ที่อยู่: 서울특별시 금천구 가산디지털2로 70 대륭테크노타운19차 411호 (รหัสไปรษณีย์ 08589)
· อีเมล: sales@portzone.co.kr
· โทรศัพท์: 010-8721-5088